2008/Sep/25

....................................... ..........................
บทที่หนึ่ง: อาตี้คิอัส และ โรวีดิอัส
....................................... ..........................



“มีข่าวใหญ่ ข่าวด่วน ข่าวร้อน ข่าวฮอตฮิตติดชาร์ต ข่าวสำคัญมากกกกก มาบอกจ้า” เสียงเจ้าคนประกาศข่าวอันดับหนึ่งแห่งเอเดนแหกปากตะโกนอยู่ลั่นๆ พลางโปรยกระดาษใบน้อยนับพันๆ ใบให้ปลิวกระจายไปทั่ว


ชั่วเวลาไม่ถึงครึ่งอึดใจ....การทะเลาะ ตบตี แย่งชิง ยื้อยุดฉุดกระชากลากถูก็บังเกิดขึ้น แผ่นใบปลิวจำนวนมากถูกเก็บเกลี้ยงไม่เหลือหรอ มีเพียงใบเดียวเท่านั้นที่ติดไว้บนบอร์ดประกาศข่าวของทางราชการที่ยังไม่มีใครคิดจะขโมยแม้จะคันไม้คันมืออยากได้มากขนาดไหนก็ตาม




ใบประกาศ No.1

ศึกหมากกระดานซุปเปอร์อัครอภิมหาเกียรติยศ : เอเดน-เดมอส VS แซงค์ทัวรี่
ขอเชิญพ่อแม่พี่น้องเข้าร่วมเป็นเกียรติในศึกใหญ่
ระหว่าง
บรรดานักรบผู้กล้าแห่งเอเดน-เดมอส ปะทะกับ ผู้มาเยือนที่เป็นถึงเหล่าเซนต์แห่งเทพีอาเธน่า
ณ ลานประลอง โรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก
วันที่ 29 กุมภาพันธ์  ED 2523
ค่าบัตรผ่านประตู 1999 คราวน์ จำหน่ายก่อนวันงาน 3 วัน ที่สำคัญ...ขายหมดแล้วหมดเลย!!!


ปล. เนื่องจากบัตรมีจำนวนจำกัด โปรดนำแผ่นโฆษณาที่อยู่ในมือท่านตอนนี้พร้อมเงินค่าบัตรไปเป็นหลักฐานในการซื้อด้วย




“ไม่จริงงงงงงงง” เสียงเหล่าผู้คนที่พลาดโอกาสจากศึกแย่งชิงแผ่นโฆษณากรีดร้องกันอย่างทุรนทุราย หยาดน้ำตาใสๆ ไหลรินสู่พื้น คนบางกลุ่มถึงกับเริ่มอาละวาดอย่างแสนเสียดาย


“นี่ๆ นายน่ะ” เสียงเข้มเอ่ยทัก มือหนาภายใต้ผ้าคลุมตัวยาวรุ่มร่ามแถมหนาเตอะจนปิดบังทุกส่วนของร่างกายไว้หมดสะกิดเรียกชายหนุ่มที่ลงไปนอนดิ้นพราดๆ อยู่กับพื้นให้รู้สึกตัว แต่พออีกฝ่ายหันขวับมาถลึงตาใส่แบบชวนหาเรื่องสุดๆ คนเรียกก็ถึงกับชะงักแล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนตัดสินใจถามต่อ


“สนใจมั้ย”


“ฮ้า.......”
 

ตะลึง!!


ภาพที่ถึงกับทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งลงไปดิ้นกับพื้นเมื่อครู่ถึงกับชะงัก ในเมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ในมือชายลึกลับสวมผ้าคลุมคือ แผ่นโฆษณา ที่เขาปรารถนาจะได้มันมากที่สุดในขณะนี้!!!


ชายหนุ่มกระโจนพรวด เอื้อมมือขึ้นหมายคว้าเอาสิ่งที่ต้องการ หากแต่อีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบไปเสียอย่างนั้น เล่นเอาคนที่พุ่งตรงเข้ามาล้มถลาไปกองกับพื้นอีกครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนในผ้าคลุมอย่างเอาเรื่อง แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาสีดำดูดุดันราวราชสีห์ภายใต้ผ้าคลุมนั้นก็ต้องกลืนน้ำลายเอือกและเป็นฝ่ายถอนสายตาออกไปก่อน


ความกลัวเริ่มมีอำนาจเหนือความต้องการที่อยู่ภายในจนคิดที่จะตัดใจ แม้จะรู้สึกเสียดายมากเท่าไรก็ตาม แต่ชีวิตย่อมสำคัญกว่า


ริมฝีปากบางใต้ผ้าคลุมเหยียดออกนิดๆชวนขนลุก โดยเฉพาะเมื่อมันอยู่คู่กับหนวดที่เจ้าตัวแสนภูมิใจ มือใหญ่คว้าไหล่อีกฝ่ายไว้มั่นเหมือนไม่ยอมให้ไปไหนไกล “ไม่สนใจแล้วเรอะ”


“ไม่” เจ้าหนุ่มตอบเสียงแข็งเพื่อข่มใจตัวเองโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าผู้พูดเสียด้วยซ้ำ “ถึงจะอยากได้มากขนาดไหน แต่ก็ไม่โง่พอจะซื้อของปลอมแบบนั้นหรอกเฟ้ย”


“ของปลอม” คิ้วเข้มใต้ผ้าคลุมเลิกขึ้น มือหนายกแผ่นโฆษณาขึ้นมองพลางกระตุกยิ้มก่อนจะยื่นมันเข้าใกล้เหยื่อ นิ้วชี้จิ้มจึ้กลงไปที่ตราสัญลักษณ์โรงเรียนพระราชา “เอาตาตรงไหนดูไม่ทราบถึงว่ามันเป็นของปลอมน่ะ หา”


“กะ...กะ....ก็” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ก่อนรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดเปิดปากเจรจา “ถ้าไม่ใช่ของปลอม แล้วแกเป็นใครถึงมีของพวกนี้ บอกไว้ก่อนเลยนะ ฉันไม่ซื้อของโจร”


“ท่านผู้นี้คือ อาตี้คิอัส ผู้ใจบุญ” เสียงนุ่มดังแผ่วเบามาตามสายลม เรียกสายตาทั้งสองคู่ให้เบือนมามองบุรุษที่เพิ่งมาใหม่ในชุดผ้าคลุมยาวที่ผูกผ้าคาดตาสีดำไว้เพื่อปิดบังใบหน้าและเสริมให้ดวงตาสีน้ำเงินคู่งามดูเป็นประกายมากยิ่งขึ้น


โรวี่ดิอัส...ผู้มาใหม่ยิ้มเล็กน้อยพลางฉวยเอาใบโฆษณาจากมือของชายในผ้าคลุมอีกคนมาถือไว้เองก่อนจะเริ่มเจรจาต่อรองตามที่ตนถนัด


“ถ้าท่านตกลงซื้อมันตอนนี้จะได้รับส่วนลดทันที จากราคาใบละหนึ่งพันห้าร้อยคราวน์เหลือเพียงหนึ่งพันสองร้อยคราวน์เท่านั้น แต่ยังไม่หมด...หากท่านตอบรับภายในหนึ่งนาทีหลังจากที่ฉันพูดจบ...เอาแผ่นโฆษณานี้ไปเลยในราคาเก้าร้อยเก้าสิบเก้าคราวน์ถ้วน


“ตกลง”


การซื้อขายทำกันรวดเร็วชนิดเงินไปของมา แล้วชายทั้งสามก็แยกย้ายกันเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“นาย...” เจ้าชายอาเธอร์คำรามในคอฮึ่มฮั่มพลางมองคู่ปรับตลอดกาลที่ไม่ว่ามันจะปกปิดรูปร่างหน้าตาสักขนาดไหนเขาก็รู้ได้ทันทีว่าไอ้หมอนี่เป็นใคร แถมตอนนี้มันยังจะมีหน้ามาเดินยิ้มอยู่ข้างๆเขาอีก


...อุตส่าห์เก็บเป็นความลับสุดยอดแล้วเชียว เจ้าคนหูผีจมูกมดมันยังรู้เรื่องเข้าจนได้แถมยังตามมารังควานซะอีก...


“คืนเงินฉันมาซะดีๆ” เจ้าชายใจสิงห์แบมือทวงเอาดื้อๆ


เจ้าชายโรเวนหันหน้ามามองตามเสียงเรียกพลางกระพริบตาปริบๆแล้วตีหน้าใสซื่อแบบหนูไม่รู้ ท่านอาตี้คิอัสกำลังพูดเรื่องอะไร อย่ามาหาความหนูนะ


“ก็เงินค่าใบโฆษณาไงเล่า” เจ้าชายอาเธอร์ขยายความต่ออย่างพยายามใจเย็น


“อ๋อ” เจ้าชายโรเวนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วกรีดนิ้วคีบเงินค่าแผ่นโฆษณาที่ได้มาเมื่อกี๊ไปทางซ้ายทีขวาทียั่วโมโหคนเล่น “เงินที่ท่านอาเธอร์กะจะเอามาเป็นรายได้พิเศษสินะ ทำอะไรก็บอกกันมั่งสิท่าน ท่าทางจะรายได้ดีซะด้วย”


“เรื่องของปราสาทขุนนาง คนของป้อมอัศวินไม่เกี่ยว” อาเธอร์หรี่ตามองพลางกอดปึกใบโฆษณาสุดหวงไว้แน่น


“เกี่ยวสิ ก็ท่านคิดจะยักยอกเงินส่วนนี้เอาไว้ไม่แบ่งให้ทางแซงค์ทัวรี่เพื่อที่ปราสาทขุนนางที่คุมการคลังอยู่จะได้ไม่ต้องจ่ายหนัก ถูกมั้ย งั้นก็แบ่งมาให้ทางป้อมอัศวินเอาไว้เป็นทุนกวาดหิมะนอกฤดูออกจากเพดานกับซ่อมแซมรูพรุนตามผนังห้องบ้างคงจะดี”


“ฮึ่ม...นายจะเอายังไง”


“หารสอง” เจ้าชายโรเวนตอบง่ายๆ ชัดเจนและตรงประเด็น


“ไม่”


“เอ...เมื่อกี้ท่านพูดอะไรนะ” คนฟังหูตึงกะทันหัน มือซ้ายที่ไม่รู้ว่าเอื้อมไปกำชายเสื้อคลุมคนที่เดินข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่กระตุกเบาๆแล้วแย้มรอยยิ้มแสนซื่อ “ขอโทษด้วยท่านอาเธอร์ เมื่อกี้ฉันไม่ทันฟัง...มัวแต่คิดว่าถ้าชาวบ้านแถวนี้เค้ารู้ว่าเจ้าชายใจสิงห์ผู้โด่งดังแห่งซาเรสมาโชว์ตัวถึงที่นี่แถมหอบใบโฆษณามาแจกเป็นปึก จะเป็นยังไงน้า”


“แก....” เจ้าชายอาเธอร์ชะงักกึก หนวดที่ไวต่อการจับคลื่นความซวยอันมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าหนวดแมลงสาบถึงกับกระตุกเมื่อจับสัญญาณอันตรายได้ ก็ไอ้คนเจ้าเล่ห์นี่มันพูดจริงทำจริงซะด้วยสิ แล้วถ้ามีใครรู้เรื่องนี้เข้า...อึ๋ย...ไม่อยากแม้แต่จะคิด


“ว่าไง”


....เอาวะ ตอนนี้ยอมเจ้านั่นไปก่อนแล้วค่อยไปหาเรื่องเบี้ยวตัดงบช่วยเหลือป้อมอัศวินเอาทีหลังเป็นการชดเชย หึหึ มันยังพอมีทาง แกยิวมาฉันก็ยิวตอบเฟ้ย....


“ก็ได้ ช่วยกันขาย เงินทั้งหมดหารครึ่ง” เจ้าชายอาเธอร์ตอบอย่างคนปลงตกกับโชคชะตา


“ว่าง่ายยังงี้สิค่อยน่ารักหน่อย ท่านผู้ใจบุญ อาตี้คิอัส” โรวี่ดิอัสยิ้มใส่ตาอีกฝ่ายอย่างรู้ดีว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อม


....ไม่ต้องห่วง ฉันคำนวณเงินงบประมาณทุกคราวน์ที่เป็นของป้อมอัศวินไว้แล้วแถมทำเป็นรายงานเสนอให้มหาปราชญ์ลงชื่อรับรองด้วยอีกตะหาก อย่าหวังแอ้มเงินของป้อมฯซะให้ยาก....

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home